หากพูดถึงการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นการเสริมจมูก เพราะนอกจากจะทำให้ใบหน้าดูสวยมีมิติมากขึ้นแล้ว ยังช่วยแก้ไขทรงจมูกที่มีปัญหาอีกด้วย อันดับแรก ศัลยแพทย์จะทำการวิเคราะห์รูปทรงจมูกและวัสดุที่เหมาะสมกับปัญหาและสภาพของคนไข้แต่ละคน ซึ่งสิ่งสำคัญนอกเหนือจากความสวยงามของทรงจมูก นั่นคือ ความปลอดภัยและผลลัพธ์ระยะยาว
หลายคนที่สนใจเสริมจมูกแต่ก็ไม่อยากเจ็บตัวหลายครั้ง การที่จะทำให้จมูกโด่งตามความต้องการมักจะเลือกใช้วัสดุสังเคราะห์อย่างซิลิโคน เพราะนอกจากจะไม่ต้องเจ็บตัวหลายจุดแล้ว ยังสามารถออกแบบรูปทรงจมูกได้ตามต้องการ แต่การเลือกใช้ซิลิโคนในการเสริมจมูกอาจทำให้เกิดการต่อต้านจากร่างกายและเกิดปัญหาได้ หนึ่งในอาการที่อาจเกิดขึ้นได้คือ จมูกทะลุ และวันนี้เราจะพาทุกคนไปทราบถึงอาการเสี่ยงที่ก่อให้จมูกทะลุมาฝากกันค่ะ
อาการเสี่ยงที่ก่อนให้เกิดจมูกทะลุ
สำหรับผู้ที่เคยทำศัลยกรรมจมูกมาหรือเตรียมตัวทำจมูกในอนาคต แต่กังวลว่าจมูกที่ทำไปจะเกิดการทะลุหรือไม่ สามารถสังเกตอาการต่างๆ ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ดังต่อไปนี้
- ใช้มือลูบปลายจมูกแล้วมีอาการรู้สึกเสียวแปลบ นี่อาจหมายความว่าผิวหนังบริเวณจมูกเริ่มบางลง
- จมูกเริ่มมีรอยบุ๋ม หากคุณทำศัลยกรรมเสริมจมูกมาเป็นเวลานานแล้วจมูกเริ่มมีร่อง มีรอยบุบต่างๆ ในตำแหน่งบริเวณต่างๆ ของจมูก ควรให้ศัลยแพทย์ตรวจทันที อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าจมูกกำลังจะทะลุ
- จมูกยาวขึ้นและงุ้มลงกว่าเดิม อาจเกิดจากซิลิโคนเริ่มเคลื่อนตัวลงมา ซึ่งอาจทำให้จมูกทะลุได้
- ผิวหนังบริเวณปลายจมูกจะบาง จมูกจะเงากว่าปกติ จมูกมีลักษณะสะท้อนแสงหรือมีสีขาวใส ในบางราย สามารถมองเห็นรูปร่างของซิลิโคนได้เลย
- บริเวณปลายจมูกจะมีสีแดงมากขึ้น หมายถึง สีผิวบริเวณปลายจมูกแตกต่างจากเดิม อาจเป็นสีขาวซีด แดง หรือเข้ม และดูไม่เข้ากับส่วนที่เหลือของใบหน้า
- สิวที่ปลายจมูก โดยเฉพาะ สิวหัวช้าง ที่กินยาและทายาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ไม่มียุบ แถมยังมีการอักเสบเป็นวงกว้างทำให้เนื้อเยื่อที่หุ้มซิลิโคนเสริมจมูกอักเสบ และติดเชื้อได้ การอักเสบนี้จะทำให้ผิวหนังบริเวณจมูกบางลง ทำให้ซิลิโคนทะลุ
- มีซิลิโคนโผล่ออกมา สำหรับในบางรายจมูกทะลุอาจไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ นอกจากซิลิโคนจะทะลุแล้ว จะสังเกตเห็นปลายขาซิลิโคนที่ปลายจมูก เมื่อเป็นดังนี้ควรเข้าพบแพทย์โดยทันที
สาเหตุของจมูกทะลุคืออะไร
จมูกทะลุที่เกิดจากหลังการศัลยจมูกไปแล้วนั้นเกิดขึ้นหลายสาเหตุด้วยกัน สาเหตุที่พบใหญ่ๆ คือ
การใส่ซิลิโคนที่ไม่เหมาะสม
สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากการใส่ซิลิโคนที่มีขนาดไม่เหมาะสม เช่น ยาวเกินไป แหลมเกินไป หนาเกินไป เป็นต้น ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีเนื้อจมูกน้อย เมื่อเสริมจมูกที่มีปลายพุ่งมากเกินไป จนทำให้ซิลิโคนไปกดทับเนื้อบริเวณนั้นทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยง ผิวหนังบริเวณที่กดก็เหมือนขาดอาหาร ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นบางลง เมื่อถึงจุดหนึ่งซิลิโคนก็จะทะลุออกมานั่นเองค่ะ
แก้จมูกบ่อยเกินไป
ในบางคนอาจเคยทำจมูกมาก่อนแต่รูปทรงจมูกไม่เป็นที่พอใจ จึงต้องแก้ไข ปรับปรุงแก้ไขจมูก อันที่จริงแล้วการแก้ไขจมูกเดิมต้องรออย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปจึงจะสามารถทำการผ่าตัดเสริมจมูกได้ เพราะหากแก้ไขหลังจากเสริมใหม่ภายในเวลาไม่กี่เดือนจะมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อได้ การอักเสบและแผลจะไม่เย็บติดกัน รวมถึงพฤติกรรมที่ชอบแคะ แกะ เกาจมูกบ่อยๆ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้จมูกทะลุได้เช่นกัน
การอักเสบและการติดเชื้อ
การอักเสบและการติดเชื้อหลังการผ่าตัดเสริมจมูก หากการติดเชื้อไม่รุนแรง จะมีอาการยุบบวมไม่คงที่ อาจมีน้ำเหลืองหรือเลือดออกภายในจมูกหรือแผลผ่าตัด ร่วมกับมีอาการบวม แดง และเจ็บ ส่วนจมูกติดเชื้อรุนแรง สีของผิวหนังจมูกเปลี่ยนเป็นสีดำ ซิลิโคนกินจมูก ทำให้เนื้อยุบ จมูกเน่า จมูกทะลุ จมูกหลุดตามมา
ใส่ซิลิโคนที่ไม่ได้มาตรฐาน
สำหรับใครที่เน้นทำจมูกราคาถูกหรือไม่ตรวจสอบคลินิกที่ทำให้ดีก่อน อาจก่อให้เกิดจมูกทะลุได้ เพราะแพทย์ใช้ซิลิโคนที่ไม่ได้มาตรฐาน ผลิตจากวัสดุคุณภาพไม่ดี ไม่ยืดหยุ่น หรือเป็นซิลิโคนปลอม
ตำแหน่งในการวางซิลิโคนไม่เหมาะสม
หากการวางซิลิโคนไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดการบิดเบี้ยว เอียง ทำให้เกิดการกดทับของเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่ไม่ต้องการจนเกิดการทะลุในที่สุด
จมูกทะลุอันตรายมากน้อยแค่ไหน
จมูกทะลุอาจเป็นอันตรายได้หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เพราะจมูกทะลุอาจทำให้เกิดการอักเสบในโพรงจมูกได้ เชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่โพรงจมูกได้มากขึ้นทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ เมื่อมีการอักเสบจากการทะลุมากขึ้น อาการอาจรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ดังนั้นควรรีบรักษา ไม่ควรทิ้งไว้นาน
จมูกทะลุสามารถแก้ได้หรือไม่
หากมีอาการแสดงว่าจมูกทะลุหรือซิลิโคนจมูกทะลุแล้ว ห้ามดึงออกเองโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้การแก้จมูกนั้นยากขึ้น แนะนำให้พบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยและให้การรักษาโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการผิดรูปได้มากที่สุด ในเบื้องต้นอาจให้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดอาการบวมหรืออักเสบบริเวณจมูก ทั้งนี้การรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคนว่ามีการอักเสบมากน้อยเพียงใด หากมีการอักเสบหรือติดเชื้อต้องถอดซิลิโคนที่เสริมออกและพักไว้ 6 เดือนหรือตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
เมื่อซิลิโคนจมูกทะลุ จะมีช่องสัมผัสระหว่างสิ่งแวดล้อมภายนอกกับเนื้อเยื่อภายในจมูก ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ทางที่ดีคือ เลือกโรงพยาบาลหรือคลินิกที่มีชื่อเสียงที่สามารถรับรองความปลอดภัยและให้คำปรึกษาหลังเสริมจมูกได้ มีการติดตามผลทั้งก่อนและหลังศัลยกรรม เพื่อป้องกันผลข้างเคียงหลังทำจมูกที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกกรณี
หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่ปลอดภัยสำหรับการศัลยกรรมจมูก หรือการทำหัตถการต่างๆ ขอให้นึกถึง พุฒิภัทรคลินิก ของเรา สอบถามหรือทักเข้ามาจองคิวได้ที่ Puttiphat Clinic พุฒิภัทรคลินิก เสริมจมูก ปรับรูปหน้า สาขาขอนแก่น หรือ สาขามหาสารคาม

